Profilo di Luo♂♀[ρ€ĩ-ρ€ĩ] шĦĩ‡€ ĊĦöĊö£...FotoBlogElenchiAltro ![]() | Guida |
♂♀[ρ€ĩ-ρ€ĩ] шĦĩ‡€ ĊĦöĊö£ä‡€♂♀愿意伴我一生吗,守护着我,再也不放手!
|
|||||||||||||||
|
|
![]()
|
07 settembre 1 อาทิดที่ผ่านมาฮะฮ่า..
คาดว่าคงมีหลายคนเข้ามาดูแล้วปรากฎว่าสเปซไอเพ่ยไม่เหนมีการอัพทูเดทตรงไหน คือว่ามันเหนื่อยอะไรไม่รุ รูปที่ถ่ายมาเรยไม่ได้เอามาลงซะที วันนี้ฤกษ์งามยามดี เราก้อมาอัพสเปซกัน
เรื่องเกิดขึ้นเมื่อวันอาทิดที่ 2 ก.ย. 2550"""
วันนี้เปนวันที่การบ้านยังสะสางไม่เส็ดซักอย่าง (ถึงตอนนี้ก้อยังเหมือนเดิม แถมเยอะกว่าเดิม)
ชมรม KU Photo เค้าจัดทริปไปเพชรบุรีกัน เพ่ยก้ออยากไปมากมาย แต่เมย์ไม่ไปด้วย เลยชวนไอนุ้ย กะ คุนโต้ง (ที่ไม่ใช่สมาชิก) ไปด้วยกัน พี่ๆ เค้านัดตอนเจ็ดโมงเช้า แระเรื่องมหัสจรรย์เรื่องแรกของวันก้อเกิดขึ้น —— lady mama late (ไอนุ้ย) มาเปนคนแรก.......โอ้ววววว...... ตื่นเต้นงัย อิอิ สักพักโต้งก้อมา แร้วเราก้อขึ้นรถกัน รถออกจากมหาลัยตั้งแต่ยังไม่แปดโมง ระหว่างทางแวะปั๊ม ซื้อกาแฟกิน (กัวหลับแร้วโดนแอบถ่าย...555) ถึงเพชรก้อปาเข้าไป 11 โมงกว่า ใกล้เวลาข้าวเที่ยง ไม่ต้องถามเรย ก้อข้าวไก่ทอดบาร์ใหม่นี่แหระ นั่งกินอยู่ดีดี ไอนุ้ยดันมาตาดี แหงนหน้ามองขึ้นไปบนหลังคา แร้วก้อเห็นตุ๊กแกสองตัวกะลังจ้องมาทางเรา และเรื่องมหัสจรรย์เรื่องที่สองก้อเกิดขึ้น —— ไอนุ้ยกัวตุ๊กแก (รู้แล้วเหยียบนะรู้แล้วเหยียบ) เอิ๊กๆ
พูดมาตั้งนาน ยังไม่ได้พูดถึงโต้งเรย.. ยัยนี่ก้อขาดโค้กไลท์ไม่ได้จิงๆ แวะปั๊มเปนต้องติดไม้ติดมือมาเหอๆ
กินข้าวเส็ด (ไม่รู้ไอนุ้ยเปนไรนักหนากะตุ๊กแก) แหงนหน้าขึ้นไปอีกแระ ทีนี้เห็นเพิ่มอีกตัวเปนสามตัว ท้องมันข๊าวขาว อี๋..... เหอๆ เข้าเรื่องๆ พี่ๆ เค้าก้อแนะนำวิธีใช้กล้อง จับมุมจับภาพยังไง อะไรประมาณนั้น แร้วก้อแยกย้ายกันไปถ่าย ประเดิมด้วยรูปแรก..
ไอนุ้ย--ไอเพ่ย เราไปถ่ายน้ำตกกัน
ไอเพ่ยกะไอโต้งฮาแตก คือพวกกูเห็นแต่น้ำพุหวะ แถวบ้านไอนุ้ยเรียกน้ำตก --- รู้แร้วเหยียบไว้ อย่าบอกไคนะ ว่าน้ำพุแถวบ้านไอนุ้ยเค้าเรียกน้ำตก เอิ๊กๆ
เส็ด..ก้อเดินเลาะเข้าไปข้างในเรื่อยๆ เอ่อ..ลืมบอกไปว่า เราไปราชนิเวศมฤคทายวัน อะไรซักอย่างนี่แหละ น่าจะถูกนะ (ต่อๆ) เราก้อเดินเลาะเข้าไปเรื่อยๆ แร้วก้อถ่ายรูปตามทาง แร้วเพ่ยก้อไปสะดุดอยู่กะกล้วยไม้ช่อเบอเริ่ม ก้อเลยไปถ่าย แต่เฮงซวยกล้องแมร่งถ่ายมาโครไม่ได้ เลยเปลี่ยนใจ นั่งลงกะพื้นแร้วถ่ายต้นไม้กาฝากแทน เอาไปเอามา จากนั่ง ก้อกลายเปนคร่อม จากคร่อมก้อกลายเปนนอนราบ (แหนะ..อย่าคิดลึก เค้าหมายถึงท่าตอนถ่ายรูปต่างหาก) นอนอยู่นาน จนไอโต้งเอือม เพ่ยจึงเลิกพยายาม แร้วก้อไปถ่ายอย่างอื่น ไม่ค่อยน่าตื่นเต้นเท่าไหร่ จนเวลาล่วงเลยไป ชั่วโมงกว่าๆ แระ เพ่ยก้อรู้สึกว่า กล้องมันหนักโคตรๆๆๆๆๆๆๆๆๆ แระก้อรู้สึกเพลีย อยากนอน ไม่มีแรงถ่ายรูป เนือยๆ เฮ้อ.. แร้วเดชะบุญ ไอโต้งก้อเจอเนื้อคู่ รู้สึกว่าจะชื่อเอ็ม บอกให้ถ่ายมา ฉันก้อถ่ายมา นี่เลยไม่กล้าเอากล้องให้ไคดูเลยนะเนี่ย เด๋วจะหาว่าเราบ้าผู้ชาย อิอิ แร้วเหตุการ์ณก้อดำเนินต่อไป สามคนนี้ก้อขึ้นไปบนพระราชวัง(มั้ง) ข้างบนเค้าห้ามใส่รองเท้าขึ้นไป แปลกใจว่าคนสมัยก่อนเนี่ย ถึงจะผู้ดียังไง แต่ตอนนอนก้อไม่น่าจะต้องนอนท่าเรียบร้อยเสมอไปนี่ อีกอย่าง มีตังซะเปล่าทำเตียงมาอันเท่าหอยมด พลิกตัวทีก้อตกเตียงแระ แร้วมันจะนอนสบายได้ยังไงฟร่ะ แร้วอีกอย่าง สวิสปิดเปิดไฟ ไอเพ่ยนึกว่ากล้องวงจรปิด ไม่รู้จะทำให้มันหรูไปไหน อากาศก้อร้อนมากมาย บั่นทอนกำลังมักๆ แร้วก้อมีคนมากระซิบว่าแถวนั้นมีไม้ดัดรูปไดโนเสาร์อยู่เลยตื่นเต้นทำเหมือนไม่เคยเห็น รีบสับเท้าใหญ่ (แต่..ไอนุ้ยกะไอโต้งบอกเปนยีราฟ) แร้วเมื่อเราเดินไปถึง เราก้อเห็นว่ามีชิงช้าอยู่ด้านล่าง เลยลงไป แร้วก้อนั่งเล่นไปเรื่อยเปื่อย แระอารมณ์อยากกดชัตเตอร์ที่หลืออยู่น้อยนิดของไอเพ่ยก้อหมดไป
ขากลับพี่ๆ ที่ใจดีเค้าก้อแวะให้ซื้อของฝากกัน เท่าที่สังเกตมา ถุงไอเพ่ยใหญ่สุด แร้วเราก้อกินกันไม่หยุดอยู่เรื่อยมาตั้งแต่ตอนขึ้นรถ ทอดมันอร่อยมักๆ ไอโต้งอดใม่ไหวแกะหม้อแกงกินถาดนึง จนมันอิ่มมันก้อพล่อยหลับไป ซักพัก แระเรื่องน่าตื่นเต้นก้อเกิดขึ้น รู้ๆ กันอยู่ว่ารถตะไลหนะ กะตุกที ขวดน้ำอ้อยบนหัวก้อตกลงมากลางกระหม่อมของไอโต้ง หล่อยตื่นขึ้นมาแบบงงๆ และตื่นต่อไปจนถึงมหาลัย (แน่ซิ..ไคจะไปหลับลง) แต่อยากขอบคุณแกมากมาย เพราะที่นั่งตรงนั้น แกเปนคนขอแลกที่กับชั้นเอง 55+ ก้อซวยไปอิอิ..
ถึงมหาลัยเปนเวลา 19.43 น. แยกย้ายกันกลับบ้านไป ในขณะที่เพ่ยเพิ่งถึงบีทีเอส ไอนุ้ยกะลังนั่งอัพสเปซอยู่แร้ว -*- เพ่ยก้อกะว่าจะอัพให้หมดเรื่องหมดราวไป แต่มันไม่ไหวจิงๆ ไอหลับทั้งๆ ที่ยังไม่ได้ปิดคอม และตอนเช้าก้อไม่ได้ไปเรียนอิ้งค์ด้วย...
แร้วเพ่ยก้อไม่มีเวลามาอัพ ทั้งๆ อยากเปิดคอมใจแทบขาด
วันจันทร์ เรียนแม็คกะพี่ต่อเลิกก้อเย็น กลับมามีแรงอาบน้ำก้อบุนแระ
วันอังคาร กลับมาถึงบ้านสลบ..เรียนจีนต่อหกโมงเย็นถึงสามทุ่มครึ่ง
วันพุธ (เลิกเรียน 9 โมง) แต่วันนั้นดันไม่ได้มาเต้นแอโรบิกเฮลท์ เลยต้องมาซ่อม (ขาดทีเดียวต้องทำเพิ่มสี่ที -*-) รอถึงห้าโมงเย็น โต้งก้อมาเต้นเปนเพื่อนด้วย คุนป้าเท้าไฟข้างหน้า หนูขอซูฮกจิงๆ เก็บท่าได้ทุกเม็ดไม่มีตกหล่น ท่ายากๆ จนเท้ากูแทบพันกันเปนเลขแปด ยังทำไปได้ นี่แหละน๊า ไอโต้งบอกว่า อย่าดูถูกพลังป้า อาจานนำเต้นก้อใจดีมากมาย เซ็นให้สี่ช่องเลย ดี วันอื่นจะได้ไม่ต้องมา
วันพฤหัส ก้อเหมือนวันอังคารนั่นแหละ
วันศุกร์ ....ก้อวันนี้ไง
วันนี้ ที่เยาวราชมีงานเปิดตัวรถรางชมเมือง ปะป๊ากะมะม๊าบอกให้ไปถ่ายรูป คือตอนนั้นมันห้าโมงเย็น ไอเพ่ยสร้างปาติหารอาบน้ำแต่เช้า เตรียมตัวจะนอน แต่ก้อนะ... ถ่ายรูปก้อนั่งอยู่แต่บนรถแหละ รูปที่ถ่ายมาก้อไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ซ้ำยังต้องมาอาบน้ำอีกรอบอีกเฮ้อ... แต่ก้อหนุกดี ได้นั่งรถรางรอบแรก
เขียนถงึตอนนี้มันก้อคิดอะไรไม่ออกแระเพราะมันง่วงนอนมากมาย ทั้งๆ ที่ตอนอาบน้ำคิดเรื่องจะมาเขียนได้ตั้งเยอะ แต่ก้อไม่เปนไรเพราะเด๋วจะไปแต่งรูปแร้วเอาลงสเปซคงอีกนานกว่าจะเส็ด
กู๊ดไนท์ กู๊ดมอนิ่ง กู๊ดเดย์ กูดอาฟเตอร์นูน กูดอีฟเวนนิ่ง etc. ไคมาอ่านเวลาไหน ก้อเอากูดนั้นไปละกันนะ
คิดถึงเพื่อนๆ มากมาย
ปล. เค้าให้เอาไว้เขียนข้อความที่ลืมเขียน แต่ตอนนี้ยังนึกไม่ออกว่าลืมอะไร ก้อไม่ต้องเขียนแระกัน เอิ๊กกก...
คิดถึงอีกที
จุ๊ปๆ
20 agosto ช่วงนี้อัพถี่จังไม่รู้เปนไร
เห็นสเปซตัวเองแล้วก้อเบื่อๆ
รู้สึกว่าจะยัดเยียดอะไรให้มันเยอะเกินไป
มันเลยรู้สึกว่าเอื่อยๆ ตอนโหลด
หรือเนตกูห่วยเองว่ะ
มะวานนี้..
ได้คุยกะพี่แอน (สอนอิ้งค์ตอนอยู่ลำปาง)
พี่แอนบอกว่ามีไรให้ช่วย
ให้เขียนความรู้สึกที่ได้เรียนกะพี่แอนละก้อพี่บอล
เพื่อที่จะเอาไปลงใบโบว์ชัวครอสโควตา มช.
ไอเราก้อรับปากไว้ซะดิบดี
วันนี้...
พี่แอนมาทวง (ยังไม่ได้เขียน)
เลยคิดสด
บอกพี่แอนว่า
"ประโยคเดียวได้ไหม๊"
พี่แอน.."ลองดู"
ก้อเลยพิมไปให้พี่แอนว่า
"ที่กรุงเทพฯ เค้ามีอ.ปิงกะ Enconcept
ที่ลำปางเปิ้ลก้อมีมีบอลกะพี่แอน"
แต่..
พี่แอนบอกว่าไม่อยากให้มีชื่อสถาบันอื่นมาเกี่ยวด้วย
เลยนั่งคิดใหม่
"ช่วงใกล้โควตาก็กระวนกระวายใจ
ไม่มั่นใจเหมือนกันว่าจะสอบได้
แต่มีเพื่อนแนะนำให้ไปเรียนกะ
พี่บอล และก็ พี่แอน
ก็เลยลองดู
ปรากฎว่าพี่ๆ สอนดีมักๆ ใจดีเป็นกันเอง
เรียนแล้วไม่เครียดเลยค่ะ
แล้วก็ไม่ทำให้ผิดหวังจริงๆ
สอบติดตามที่ตั้งใจไว้เลยค่ะ"
555+
เพ่ย.."ใช้ได้ไหม๊ค่ะพี่แอน"
พี่แอน.."ต้องอย่างงี้ซิจ๊ะน้องรัก"
อิอิ
แอบปลื้ม
ว่าเราก้อเขียนอะไรดีดีกะเค้าก้อเปน
วันนี้ตื่นมาก้อเที่ยงซะแระ
เปนวันลงประชามติ
คุณโต้งโทมาแต่เช้าเชียร์
แต่ไม่ได้เปิดเครื่อง
พอเปิดปุ๊ป ก้อโทมาหาปี๊ปเลยนะ
ชวนไปเจเจกัน
ไม่ลงไม่เลิงอะไรมันแระ
ประชามติ
เห็นมะว่าเพื่อนสำคัญกว่าชาติ
(จะดีเหรอว่ะ)
แล้วก้อนั่งใต้ดินไป
เพราะว่ามันนั่งฟรี
แล้วไปถึงก้อตามหากันหนะ กว่าจะเจอ
ก้อมี เพ่ย ตูน โต้ง
แล้วไปกินส้มตำที่ร้านฝุ่นตลบ
สั่ง ข้าวเหนียว ปีกไก่ทอด ส้มตำปลาร้า ซุปหน่อไม้
ฝรั่งที่นั่งอยู่โต๊ะข้างๆ หล่อและน่ารักมากมาย
กินเส็ดก้อไปเอสปาหนาด
(ไม่ได้ไรจากเจเจ แถมร้อนโคตร)
ถึงเอสปาหนาด ก้อหาร้านทาโกะยากิที่อร่อยที่สุดในโลก
..."กินดาโกะ"..
ทาโกะยากิ 6 ลูก 99 บาท
แพงโคตรรรรรร
แต่มาถึงแระ ก้อต้องกิน
หืมมม...
ไม่เคยกินทาโกะที่อร่อยขนาดนี้มาก่อน
ปลาหมึกงี้ชิ้นเบอเริ่ม
ไม่เหมือนทาโกะที่วิดวะ
แป้งงี้ติดหนึบเปนลูกชินแป้งสอดไส้ปลาหมึก
(น่าจะนึกภาพกันออก) เหอๆ
คำแรกที่เข้าปาก
กรอบนอกนุ่มใน
ได้เคี้ยวปลาหมึกจิงๆ ไม่ใช่วิญญาณ
โอววว...
สวรรค์จิงๆ
...
กินเส็ดเราก้อเดินเล่นกันในนั้น
คนน้อยจัง
แล้วก้อเดินออกมาซะอย่างงั้น
แล้วก้อแยกย้ายกันกลับบ้าน
...กลับถึงบ้าน
น้องก้อมาชวนไปดูหนัง
ไปดูคู่แรด
(เห็นคุณตูนหรือคุณโต้งบ่นอยากดู)
แล้วก้อบอกแม่ว่าจะไปซื้อของ
เลวหวะ..
โกหกแม่
(แต่ก้อไปซื้อของจิงๆ นะ ได้หนังสือมาเล่มนึง)
อิอิ
ซื้อตั๋วหนังเส็ดก้อไปหาไรกินที่เชสเตอร์กริล
(กินอีกแร้ว) สั่งปีกไก่มากิน 5 ชิ้น
โคตรไม่หร่อยเลย
ทำค้างไว้มาปีนึงรึไง
เหนียว และเย็น สุดๆ
ทำใจว่ะ
ดูหนัง
หนังโคตรจะฮา
นั่งหัวเราะทั้งเรื่อง
ออกมาจากโรงหนัง
ก้อไปกินซเวนเซ่น
ฟองดู แฟนตาเซีย
ก้องั้นๆ แหละว๊า
ไอติมทั่วไป
กลับบ้านแระ
.......
เขียนไรเยอะแยะจัง
รู้สึกว่ามันไม่ค่อยจะเปนสาระอะไรเลยนะเนี่ย
แต่ก้อขอขอบพระขอบคุณท่านผู้อ่านทุกท่าน
ที่อุส่าห์ทนอ่านมาจนจบ
..อิอิ..
ไหนๆ ก้ออ่านมาจนขนาดนี้แระ
ก้อเม้นๆ ให้เจ้าของสเปซกันหน่อยละกัน
สุดท้ายนี้...
ตอนนี้มันก้อดึกละ
อีกสามนาทีจะเที่ยงคืน
ก้อขอให้หลับไม่ต้องฝันเลย
เพราะเค้าบอกว่าคนที่ไม่ฝันแสดงว่าหลับสนิท
พอหลับสนิท
พุ่งนี้เช้าตื่นมาจะได้สดชื่นไงหละ
กู๊ดไนท์จ้า
12 agosto ลูกๆ ทุกคนควรอ่านบทความนี้มาจาก forward เมลล์ที่ได้รับมาเมื่อสองวันก่อน (โชคดีที่เปิดอ่าน)
อยากให้ลูกๆ ทุกคนอ่านกัน
ก่อนอื่นต้องขออภัยสำหรับเจ้าของต้นเรื่อง มันอาจตอกย้ำความเจ็บปวดกับคุณในเรื่องนี้ แต่เรื่องนี้เป็นสิ่งที่ควรเผยแพร่เพื่อตอกย้ำคนที่ได้ชื่อว่าลูกทุกคนให้หันกลับมาดูคนที่ส่งเสียคุณเลี้ยงดูคุณมาด้วยความเหนื่อย ยาก วันนี้เราหันไปเหลียวท่านบ้างหรือเปล่า ก่อนจะไม่มีโอกาสดูแล เมื่อท่านจากเราไปแล้วการจัดงานใหญ่โตมันไม่มีประโยชน์อะไร เวลาท่านอยู่ทำไมไม่ทำ?
ความรู้สึกของน้องคนหนึ่งที่บรรยายออกมาจากใจ ในขณะที่.... ผมก็เป็นเช่นเด็กวัยรุ่นทั่วๆไป เรียน เที่ยว นอน กิน ดึกๆผมก็โทรคุยกับแฟนของผม ซึ่งทั้งหมดเหล่านี้มันก็เป็นกิจวัตรประจำวันของผมและผมก็เชื่อว่าใครๆเค้าก็ทำแบบนี้กัน "จ้า ตัวเอง วันนี้กินข้าวรื้อยาง" " กินกับอะไรบ้าง แล้วตอนกินตัวเองคิดถึงเค้ามั้ยเนี่ย" "รู้มั้ยตัวเอง ถ้าเค้าเป็นผีเนี่ย เค้าอยากเป็นกระสือที่รักจะได้เห็นใจไง " " ตัวเองวางก่อนดิ ก่อนดิ " ประโยคต่างๆที่ผมได้คิดและคัดสรร เตรียมพร้อมมาต่างๆก่อนโทร ผมยังคงใช้เวลาส่วนใหญ่ตอนดึกไปกับการคุยโทรศัพท์ ระยะเวลาอันผมได้ใช้ไปในแต่ละครั้งนั้น พอรู้สึกอีกทีก็ผ่านไปหลายชั่วโมงแล้ว แต่ผมก็ไม่ชอบนะ หากใครจะมาว่าผมไร้สาระ ก็ไม่เห็นหรอคนส่วนใหญ่เค้าก็ทำกัน " เอ้อ เกือบลืมไปอีกอย่าง กิจวัตรอีกอย่างนึงของผมก็คือ แม่ของผมมักชอบโทรหาผมทุกวัน" " ตอนนี้ลูกอยู่หอรึยัง" "เย็นนี้กินข้าวอิ่มมั้ย " "วันนี้เรียนเป็นยังไงบ้าง " "อย่าไปเที่ยวที่ไหนไกลนะ" โธ่!คำถามเดิมๆ ผมก็ตอบไปแบบเดิมๆ แม่ผมก็ไม่เบื่อซักที ยังคงโทรหาผมเป็นประจำ โชคดีที่ผมพยายามตัดบทคุย ผมกับแม่น่ะคุยกันไม่กี่นาทีก็วางแล้ว ก็มันไม่มีอะไรจะคุยจะให้ผมทำยังไง " จนกระทั่งวันนั้น "ตัวเองตอบเค้าได้รึยังว่ารักเค้ามั้ย " "เร็วๆสิ เค้ายังอุฒส่าห์บอกรักตัวเองไปแล้วนะ" "แล้วยังจะใจร้ายไม่บอกรักเค้าอีกหรอ " ติ๊ดๆ ติ๊ดๆ เสียงจากโทรศัพท์บอกผมว่ามีสายซ้อน ผมมองไปที่หน้าจอมันขึ้นชื่อว่า "Home" " โธ่ แม่โทรมาทำไมตอนนี้เนี่ย กำลังเข้าด้ายเข้าเข็มเลย" ผมไม่สลับสายผม ผมยังคงคุยกับสุดที่รักของผมต่อไป เพราะผมรู้ว่าสิ่งที่แม่จะคุยกับผมก็คงเป็นประโยคเดิมๆ "และนั่นก็เป็นโอกาสสุดท้าย ที่ผมจะมีโอกาสฟังเสียงของแม่" หลังจากนั้นไม่นานทางญาติของผมโทรมาแจ้งผมว่า เมื่อคืนนี้บ้านของผมถูกขโมยเข้า และแม่ของผมขัดขืนและได้ต่อสู้กับโจร จึงถูกโจรใช้มีดแทงเข้าที่ท้อง แม่เสียชีวิตเพราะทนพิษบาดแผลไม่ไหว ญาติของผมเล่าอีกว่าตอนไปพบศพแม่นั้น ในมือของแม่กำโทรศัพท์ไว้แน่น และเบอร์โทรออกล่าสุดของเธอไม่ใช่โทรแจ้งตำรวจหรือเรียกรถพยาบาล แต่แม่เลือกที่จะโทรหา "ผม" สิ่งสุดท้ายในชีวิตที่แม่ผมเลือกที่จะทำคือโทรศัพท์หาผมเพื่อฟังเสียงของผม วินาทีนั้นน้ำตาของผมไหลอาบแก้ม ผมพูดอะไรไม่ออก มือและตัวของผมสั่น วันนั้นผมเลือกที่จะคุยกับแฟนผม ดีกว่าที่จะคุยกับแม่ของผม ผู้หญิงคนเดียวในโลก ที่คุยกับผมเป็นคนแรกในชีวิต ผู้หญิงคนเดียวที่ผมสามารถที่จะคุยกับเธอได้ทุกเวลา โดยที่ผมไม่ต้องเตรียมบทพูดใดๆ ไม่ต้องกังวลว่าเธอจะประทับใจหรือ ไม่ ไม่ต้องมีมุข ไม่ต้องมีคำหวานใดๆ คนเดียวในโลกที่โทรมาหาผมเพียงแค่ฟังผมพูดประโยคเดิมๆ คนเดียวในโลกที่ไม่ว่าโทรศัพท์เธอจะโปรโมชั่นแพงแค่ไหนก็ยังโทรหาผม "และคนเดียวในโลกที่เลือกคุยกับผมในวินาทีสุดท้ายในชีวิต " ในบางครั้งประโยคที่ว่า " ไม่มีคำว่าสาย หากเราคิดที่จะแก้ตัว" มันก็ไม่เป็นความจริง " เพราะบางปรากฏการณ์ในโลก เกิดขึ้นได้แค่ครั้งเดียว" อาจเป็นเพราะเวรกรรมของผม หลังจากนั้น ไม่นานแฟนผมที่ผมใช้เวลาคุยกับเธอวันหลายๆชั่วโมงคุยกับเธอก็ทิ้งผมไป วันนี้ผมเริ่มเข้าใจชีวิตมากขึ้น หลายๆอย่างที่คนส่วนใหญ่ทำ มิได้หมายถึงสิ่งที่ถูกต้องเสมอไป เพราะตัวเราเท่านั้นที่เป็นผู้ต้องรับผลการกระทำของเราเอง "เราจะรู้ว่าสิ่งใดสำคัญ ก็ต่อเมื่อเราต้องเสียมันไป " ทุกวันนี้ผมนั่งมองโทรศัพท์ รอที่จะตอบคำถามเดิมๆให้ผู้หญิงคนหนึ่งฟัง แต่ผู้หญิงคนนั้นคงไม่มีอีกแล้ว --~------~----~------~--~---
อ่านแล้วน้ำตาแทบทะลัก แล้ววันนี้... คุณบอกรักแม่กันหรือยัง สำหรับเพ่ย ทุกๆ วันของเพ่ยก้อเปนวันของม๊า 祝妈节日快乐, 身体健康, 永远幸福! 09 agosto วัน D Dช่วงนี้ฝนตกบ่อย..
อากาศก้อเลยเย็นสบาย
ชอบจัง
แต่ไม่ชอบก้อตอนที่มันกะลังตกเนี่ยแหละ
คนมันไม่มีร่ม
อยากรู้จังว่า
เวลาแบบนี้
คนอื่นเค้าคิดกันยังไงน้า..
คนบางคน
เวลาอากาศเย็นๆ
ก้อจะชอบปวดหัวเข่า
บอกว่าให้ไปหาหมอ
ก้อไม่ยอมไป
จะรอให้เดินไม่ได้ก่อนแล้วค่อยไปหรือไง
ประสาทหรือป่าว
เจ็บนัก
ก้อไปหาหมอจะได้หายๆ ซะที
จะได้ไม่ต้องมาคร่ำครวญ
ไม่มีไคเค้ามาสงสารหรอกโว้ย
555+
""""""""
|
|||||||||||||
|
|
|||||||||||||||
|
|